Showing posts with label การเพาะเลี้ยงปลา. Show all posts
Showing posts with label การเพาะเลี้ยงปลา. Show all posts

Tuesday, 28 October 2008

การให้อาหารปลา

การให้อาหารปลา
การเลี้ยงปลาโดยทั่วไปในปัจจุบันนี้ นิยมใช้อาหารเลี้ยงปลาเพราะจะทำให้ได้ผลผลิตสูง การให้อาหารปลานั้นต้องคำนึงถึงชนิดของปลาที่เลี้ยงว่าเป็นปลากินพืชหรือปลากินเนื้อ และอาหารอะไรที่ปลาชอบกิน เพื่อจะได้จัดหาอาหารให้ถูกต้อง นอกจากจะต้องคำนึงถึงคุณค่าของอาหารแล้วจะต้องคำนึงถึงแหล่งของอาหารว่ามีมากพอหรือไม่

อาหารปลา
ปลาไน กินจุลินทรีย์ในน้ำหรือไรน้ำ ลูกน้ำ แหน สาหร่ายน้ำ รำ รากและใบผักบุ้ง ลูกกุ้ง ลูกหอย หนอน
ปลาสลิด กินตะไคร่น้ำ แหน ไรน้ำ รำ ตัวปลวก
ปลาดุก ชอบกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น แมลง เครื่องในสัตว์ เศษเนื้อ ไส้เดือน รำ ปลายข้าว กากมัน
ปลาสวาย ปลาเทโพ กินพืช ไรน้ำ ลูกกุ้ง ตัวปลวก รำ เศษเนื้อ ผักสด หอย ปลาป่น
ปลาแรด กินผักบุ้ง แหน จอก สาหร่าย หญ้า ข้าวสุก กากมะพร้าว

ลูกกุ้ง - อาหารปลาธรรมชาติ
อาหารธรรมชาติและแหล่งของอาหารธรรมชาติ
จุลินทรีย์ หมายถึง พืชและไรน้ำเล็กๆที่อาศัยอยู่ในน้ำ เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หากต้องการเพิ่มจำนวนก็ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยพืชหมักใส่ลงไปในบ่อ

แหน เป็นพืชชนิดหนึ่ง เกิดบนผิวน้ำในหนองหรือบ่อน้ำนิ่งและในที่ๆได้รับแสงแดด เป็นพืชที่งอกงามและขยายตัวเร็ว

รำ นอกจากอาหารธรรมชาติที่มีอยู่ในบ่อ ควรใช้รำเป็นอาหารเพิ่มให้ปลา จะต้มปนกับผักบุ้งหรือสาหร่ายปลาป่นผสมเลือดสัตว์ก็ได้ ใช้รำ 2 ส่วนต่อรำ 1 ส่วน คลุกให้เข้ากันและปั้นเป็นก้อนๆ

ผักหญ้า ได้แก่ จอก สาหร่าย ผักตบชวา ผักบุ้ง
เศษเนื้อ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เป็ด ไก่ กุ้ง ปู และปลา ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ
แมลง เช่น ตัวปลวก หนอน ตัวไหม ไข่มดบางชนิด
เศษอาหาร เช่น กากมะพร้าว ถั่ว ข้าวสุก และเศษอาหารเหลือผสมกับรำให้กิน
ตะไคร่น้ำ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ปลาป่น ทำจากเศษปลาตากแห้งแล้วบด หรือปลาป่นที่จำหน่ายเป็นอาหารให้ปนกับรำหรือผัก

อาหารควรให้เป็นเวลาเพื่อฝึกหัดปลาให้ชิน ปลาแต่ละชนิดก็มีลักษณะและการกินอยู่ต่างกับอีกชนิดหนึ่งไม่มากก็น้อย ฉะนั้นก่อนที่จะเลี้ยงปลาไม่ว่าชนิดใดผู้เลี้ยงควรทราบลักษณะและนิสัยของปลานั้นๆ ก่อน การเลี้ยงปลาก็ย่อมจะได้ผลดียิ่งขึ้น

Sunday, 26 October 2008

การบริหารงานเพาะเลี้ยงปลา

การบริหารงานเพาะเลี้ยงปลา
งานเพาะเลี้ยงปลาหรือการดูแลรักษาบ่อปลานั้นเป็นเทคนิคที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการเลี้ยงปลา ซึ่งถ้าผู้เลี้ยงปลาไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่บ่อปลาแล้ว อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ดังนั้นการดูแลรักษาและเอาใจใส่บ่อปลาเพื่อให้การเลี้ยงปลาประสบผลสำเร็จนั้น ผู้เลี้ยงควรคำนึงถึงเรื่องต่างๆดังนี้คือ

โดยปกติการเลี้ยงปลาในบ่อนั้นจำเป็นที่จะต้องกำจัดศัตรูปลาให้หมดก่อนที่จะถูกปล่อยลูกปลาลงเลี้ยง ศัตรูที่สำคัญในบ่อปลา ได้แก่ ปลาช่อน ปลาหมอ ปลาไหล กบ เขียด เป็นต้น ศัตรูพวกนี้กำจัดได้โดยใช้โล่ติ๊น 1 กิโลกรัมต่อปริมาตรน้ำในบ่อ 100 ลูกบาศก์เมตร สาดให้ทั่วบ่อแล้วทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน จึงเติมน้ำลงในบ่อและปล่อยปลาลงเลี้ยงได้ ในกรณีที่บ่อสูบน้ำจนแห้งควรใส่ปูนขาวในอัตรา 1 กิโลกรัม ต่อ 10 ตารางเมตร เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนที่จะสูบน้ำลงบ่อ ในกรณีที่ปล่อยปลาและเลี้ยงปลาในระยะหนึ่งแล้วตาปรากฏว่าได้มีปลาช่อนหรือศัตรูชนิดอื่นๆ สามารถเล็ดลอดเข้าไปอาศัยอยู่ในบ่อเลี้ยงปลานั้น จำเป็นจะต้องใช้อวนจับปลาที่เป็นศัตรูออกให้หมด นอกจากการใช้อวนจับแล้วอาจจะใช้แหก็ได้ ฉมวกหรือเครื่องมืออย่างใดก็ได้ตามแต่เหมาะสม ซึ่งผู้เลี้ยงปลาจำเป็นต้องตรวจตราดูแลเอาใจใส่บ่อเลี้ยงปลาของตนเองอยู่เสมอๆ

บ่อเพาะเลี้ยงปลา
น้ำในบ่อเลี้ยงนั้นต้องคำนึงถึงสภาพของน้ำว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร ถ้ามีสีเขียวใสแสดงว่าน้ำดี แต่ถ้าสภาพของน้ำขุ่นเป็นสีโคลนแสดงว่ามีสารแขวนลอยอยู่มาก เช่น บ่อที่ขุดใหม่ๆ จึงจำเป็นต้องทำให้ตกตะกอน โดยใช้ปุ๋ยพืชสดหรือฟางข้าวใส่หมักไว้ ซึ่งจะทำให้สารแขวนลอยตกตะกอน น้ำเปลี่ยนสภาพเป็นกลางน้ำจะใสขึ้น เมื่อปล่อยปลาลงวเลี้ยงจึงจะทำให้ปลาโตได้ดี แต่ในกรณีที่น้ำในบ่อมีสีเขียวจัด ควรสูบน้ำออกบ้างแล้วเติมน้ำใหม่ เพื่อให้สีเขียวเจือจางลง การให้อาหารปลาที่มากเกินไปก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำเสีย



ผู้ที่เลี้ยงปลาดุกและปลาช่อนจะต้องคอยเปลี่ยนน้ำในบ่อให้ดีอยู่เสมอ การเลี้ยงปลาทั้งสองชนิดนี้ต้องลงทุนค่อนข้างสูง ให้อาหารสม่ำเสมอทุกวัน ส่วนการเลี้ยงปลาแบบกินพืช เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน นั้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยนัก จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเห็นว่าน้ำเสียจึงจะสูบออกและเติมน้ำใหม่เข้าไปในบ่อ